other

บันทึกยุคเด็กเมื่อยุคค่าหมอโรงหมอเอกชนยังเบิกได้

เมื่อแต่ก่อนเวลาที่เจ้าหน้าที่รัฐแล้วก็ครอบครัวยังคงใช้สิทธิผลประโยชน์เจ้าหน้าที่รัฐเบิกค่ารักษารวมทั้งค่าห้องจากโรงหมอเอกชนได้อยู่(จำไม่ได้ว่านิดหน่อยครึ่งเดียวหรือทั้งปวง) ซึ่งข้าพระพุทธเจ้าเองในตอนที่อายุยังอยู่ในกฏเกณฑ์ที่ใช้สิทธิได้ก็เลยใช้สิทธิขอพ่อเพื่อเข้ารับการดูแลและรักษาที่โรงหมอเอกชนในบ้านนอกใกล้บ้าน (ที่จริงไม่ใกล้มากแค่ไหนแม้กระนั้นเป็ยโรงหมอเอกชนที่เดียวที่ใกล้ที่สุด) ด้วยเหตุว่าในช่วงเวลานั้นเจ็บป่วยเร่งด่วนจำต้องรีบส่งด่วนเข้าโรงหมอใหญ่ประจำจังหวัดอาจจะไม่ทันก็เลยรีบส่งโรงหมอเอกชนที่นั้นเพียงพอไปถึงก็จำอะไรมิได้แล้วด้วยเหตุว่าเกิดภาวะช็อกจากน้ำตาลในเลือดสูงซึ่งในเวลานั้นข้าพระพุทธเจ้ายังเล็กนักและไม่รู้สึกตัวว่าเป็นโรคเบาหวานมาก่อน (โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ที่สามารถกำเนิดกับเด็กได้) รู้ตัวอีกครั้งก็นอนโรงพยาบาลมาหลายคืนแล้วในตอนนั้นนึกออกว่าถูกใจโรงหมอมากมายทำให้เป็นเด็กที่ถูกใจไปโรงหมอเพราะเหตุว่าพยาบาลใจดีของกินโรงอาหารอร่อยแพทย์ก็ใจดีนอนอยู่นานจนถึงรู้จักดีกับข้าราชการเกือบจะหมดเพราะเป็นโรงหมอเอกชนเปิดใหม่ยังมีคนเจ็บไม่เยอะแยะประกอบกับจังหวัดที่ตั้งอยู่นั้นจะว่าไปเป็นจังหวัดที่มิได้มีคนรายได้สูงอยู่กันมากค่อนไปทางต่ำด้วยผู้ป่วยที่เป็นราษฎรทั่วๆไปคงจะม่สามารถจ่ายค่ารักษาได้ไหวคนป่วยก็เลยมีอยู่หน่อยเดียวโรงหมอดูดีรวมทั้งหรูในสายตาผมขณะนั้นด้วยเหตุว่าเป็นโรงหมอที่ปรับแก้มาจากโฮเต็ลซึ่งเป็นธุรกิจการค้าเดิมของเครือญาติของแพทย์ผู้ครอบครองโรงหมอ (โรงหมอระบบครอบครัว) ตอนนั้นเข้าๆออกๆโรงหมอยู่บาอยแต่ว่าถูกใจมากมายเสมือนได้ท่องเที่ยวในช่วงเวลานั้นก็เป็นเด็กชนบทไม่ค่อยได้เข้าห้องเครื่องปรับอากาศมิได้เข้าห้างโรงหมอก็เลยเป็นสถานที่ที่หรูที่สุดแล้ว

 

แต่ว่าในเวลาต่อมาด้วยได้รู้ว่าช้าราชการไม่สามารถที่จะเบิกค่าพยาบาลได้อย่างเดิมแล้วประกอบกับบิดามารดาต้องการให้ไปรักษากับแพทย์ที่ชำนาญเฉพาะโรคที่โรงหมอใหญ่ประจำจังหวัดในเมืองก็เลยจำเป็นต้องกระทำการย้ายโรงหมอในขณะนั้นแทบจะได้ว่าฝันสลายจากเด็กที่ถูกใจโรงหมอเพราะว่ารู้สึกว่าโรงหมออยู่สบายกว่าบ้านได้นอนเครื่องปรับอากาศเย็นๆมีคนรอบริการหิวก็โทรสั่งอาหารได้หรือของกินของโรงหมอเองก็ดูดีพอเพียงย้ายมาที่โรงหมอใหม่จำต้องนอนระเบียงไม่มีห้องให้เตรียงก็เตรียงเสริมภาวะผ้าสำหรับห่มก็แย่มากอย่าเอ่ยถึงห้องสุขาฝันร้ายสุดๆแต่ว่าไม่สามารถที่จะพร่ำบ่นได้เพราะเห็นอกเห็นใจบิดามารดาถ้าเกิดกลับไปโรงหมอเดิมคาดว่าค่ารักษาอาจจะหลายแสนเพราะเหตุว่านอนโรงพยาบาลหนก็ขว้างเข้าไปทีละเดือนถึงสามเดือนซึ่งถ้าหากเผิญสามารถจองห้องพิเศษได้ซึ่งมีอยู่น้อยห้องมากมายภาวะห้องที่ได้ก็มิได้ดีมากแค่ไหนแต่ว่าดีแล้วขุนนางอนระเบียงยุคนั้นโรงหมอยังไม่ปรับแต่งห้องที่ได้ก็เลยค่อนข้างจะเสื่อมโทรมเพราะว่าเป็นอาคารเก่า (ข้อเท็จจริงห้องใหม่ก็มีแม้กระนั้นเต็มไม่เคยรู้ว่าจะต้องอย่างไรเนื่องจากว่าเข้าไปนอนทีไรก็เต็มไม่สามารถที่จะจองได้สักครั้ง) สรุปค่าห้องที่จะต้องจ่ายส่วนเกินจากที่เบิกได้นั้นเพียงแค่คืนละ 50 – 70 บาทตอนที่โรงหมอเอกชนที่แรกที่ไปนอนจำต้องจ่ายส่วนเกินคืนละ 700 บาทจำไม่ได้ว่าสังกัดเดิมช่วยเท่าใดส่วนค่าพยาบาลนั้นเบิกได้ทั้งผอง

 

แม้กระนั้นตอนนี้รู้ว่าถ้าหากป่วยไข้รีบด่วนก็สามารถเข้าโรงหมอเอกชนได้เช่นเดียวกันแม้กระนั้นควรจะเป็นผู้เจ็บป่วยเร่งด่วนตามกำหนดโดยที่ค่าพยาบาลพวกเราจะต้องสำรองจ่ายแล้วเอาไปเบกคราวหน้าอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีส่วนเกินเพราะว่าราคาค่าพยาบาลโรงหมอเอกชนย่อมสูงขึ้นมากยิ่งกว่าเงินลงทุนที่กรมบัญชีกลางระบุมาอยู่แล้วหากเป็นค่าห้องพักก็เบิกได้กลับคืนละ 1,000 บาท